อาการของโรคซึมเศร้าตามเพศและอายุ

อาการของโรคซึมเศร้าในผู้ชาย แม้ว่าผู้ชายและผู้หญิงนั้นต่างมีอาการของโรคซึมเศร้าได้เหมือนกัน แต่ก็มีอาการบางอย่างที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน จากรายงานในนิตยสารจิตเวช JAMA ปี 2013 กล่าวว่าอาการดังต่อไปนี้มักพบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงที่เป็นโรคซึมเศร้า 1.โกรธ 2.ก้าวร้าว 3.เสพยาหรือใช้แอลกอฮอล์ 4.พฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ขับรถโดยประมาท มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน มีพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ เป็นต้น   อาการของโรคซึมเศร้าในผู้หญิง สถาบันสุขภาพแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า อาการที่มักพบในหญิงที่เป็นโรคซึมเศร้ามีดังต่อไปนี้ 1.เครียด 2.แยกตัวสันโดษ 3.หงุดหงิด กระสับกระส่าย 4.ร้องไห้อย่างหนัก 5.มีปัญหาด้านการนอนหลับ 6.หมดความสนใจในเรื่องที่เคยชื่นชอบ   อาการของโรคซึมเศร้าในวัยรุ่น 1.วัยรุ่นก็สามารถมีอาการของโรคซึมเศร้าได้เหมือนผู้ใหญ่ แต่ว่าอารมณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาวะปกติของการเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น อาการที่อาจบอกถึงโรคซึมเศร้าในวัยรุ่น ได้แก่ 2.หมกมุ่นเรื่องความตาย เช่น เขียนกลอนหรือภาพวาดที่บ่งบอกถึงความตาย 3.มีพฤติกรรมอาชญกรรม เช่น ขโมยของในร้านขายของ หรือขโมยเครื่องเขียนของเพื่อน 4.แยกตัวออกจากครอบครัวและเพื่อน 5.อ่อนไหวต่อคำวิพากย์วิจารณ์ 6.ผลการเรียนแย่ลงหรือขาดเรียนบ่อยๆ 7.มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และการขับรถโดยประมาท 8.มีพฤติกรรมดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด 9.มีพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผลหรือแปลกประหลาดไปจากเดิม 10นิสัยหรือการแต่งตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 11.ทิ้งข้าวของของตัวเอง

Continue Reading

สาเหตุของโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีที่อยู่ในสมองที่มีชื่อว่า เซโรโทนิน (serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) เมื่อสารเคมีดังกล่าวมีปริมาณน้อยลงจากเดิมก็ทำให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและทางความคิด ซึ่งโดยรวมจะสังเกตเห็นได้ว่าผู้ป่วยจะมีความรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย เหงา ไม่มีชีวิตชีวา ไม่สนุกสนานกับชีวิตประจำวัน ระสับกระส่าย อยากอยู่คนเดียว นอนไม่หลับ มักสะดุ้งตื่นในกลางดึก ฝันร้ายบ่อย เหล่านี้ยังเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานที่ลดลง สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการซึมเศร้านั้นมาจากหลากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของกรรมพันธุ์ ด้านพัฒนาการของจิตใจ รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องเผชิญ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยประสบกับความเครียดที่แสนหนัก เจอมรสุมชีวิตที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เกิดอาการเจ็บป่วยเรื้อรังจนทำให้หมดกำลังใจ ตกงาน มีปัญหาเรื่องการเงินที่หาทางออกไม่ได้ มีปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด รวมทั้งพบเจอกับความสูญเสียในชีวิตที่ทำให้เสียใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียพ่อแม่ในขณะที่ยังอยู่ในช่วงของวัยเด็ก สูญเสียคนรัก สูญเสียครอบครัว และยังรวมถึงปัจจัยทางชีวภาพ เช่น เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับสารเคมีในสมองบางชนิด ก็สามารถส่งผลทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้เช่นเดียวกัน รวมถึงการใช้สารเสพติดที่อาจทำให้สารเคมีในสมองผิดปกติ โดยสรุปแล้วปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอาการซึมเศร้าได้เช่น 1.ภาวะเจ็บป่วยที่สามารถทำให้เกิดการเสียชีวิต (เช่น โรคมะเร็งหรืออาการปวดเรื้อรัง) 2.ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม 3.ชีวิตที่เครียด (เช่นปัญหาการหย่าร้างหรือขัดสนเงินทอง) 4.พันธุกรรม (มีความผิดปกติของอารมณ์และการฆ่าตัวตายของคนในครอบครัว) 5.ภาวะบาดเจ็บหรือการถูกล่วงละเมิดในวัยเด็กซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระยะยาวจากการสั่งการของสมองเพื่อจัดการกับความกลัวและความเครียด 6.โครงสร้างสมองและการใช้สารเสพติด 7.การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเช่นฮอร์โมนจากภาวะตั้งครรภ์หรือภาวะต่อมไทรอยด์ผิดปกติ 8.ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีภาวะซึมเศร้า(Depression) มากกว่าผู้ชายถึง 70 เปอร์เซ็นต์ 9.คนที่มีอายุระหว่าง […]

Continue Reading

งานวิจัยใหม่ยืนยัน ‘ยารักษาอาการซึมเศร้า’ ใช้ได้จริง

ยารักษาอาการซึมเศร้า

นักวิทยาศาตร์กล่าวว่าพวกเขาสามารถยุติข้อถกเถียงอันยาวนานเกี่ยวกับยารักษาอาการซึมเศร้าได้แล้ว หลังงานวิจัยพบว่า ยาเหล่านี้ทำงานได้จริง ผลการศึกษาจากการวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลอง 522 ครั้ง และมีผู้ร่วมทดสอบถึง 116,477 คน พบว่า ยารักษาอาการซึมเศร้า ที่ใช้กันทั่วไปจำนวน 21 ชนิด ล้วนมีประสิทธิภาพในการลดอาการซึมเศร้าเฉียบพลัน ได้ดีกว่ายาเม็ดหลอก (dummy pill) การศึกษาครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นความแตกต่างในประสิทธิภาพของยาแต่ละตัวอีกด้วย โดยเจ้าของรายงานนี้ ซึ่งตีพิมพ์ใน เดอะแลนซิต (The Lancet) วารสารการแพทย์ที่มีชื่อเสียง กล่าวว่า ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าผู้คนอีกจำนวนมากจะสามารถได้ประโยชน์จากยาเหล่านี้ ในประเทศอังกฤษมีการจ่ายยารักษาอาการซึมเศร้าทั้งหมด 64.7 ล้านครั้งในปี 2016 เพิ่มสูงกว่าสองเท่าจาก 31 ล้านครั้งในปี 2006 ขณะที่หลายคนยังคงถกเถียงว่ายาเหล่านี้ทำงานได้จริงแค่ไหน เพราะมีรายงานถึงผลทดสอบบางครั้งที่ชี้ว่ายาเหล่านี้ไม่ได้ดีไปกว่ายาหลอก (placebo) แต่วิทยาลัยจิตแพทย์ของอังกฤษ ระบุว่าการศึกษาครั้งนี้สามารถยุติข้อครหาเกี่ยวกับยารักษาอาการซึมเศร้าได้ในที่สุด การวิเคราะห์อภิมานนี้ (meta-analysis) ศึกษาทั้งข้อมูลที่ไม่เคยถูกตีพิมพ์มาก่อน และข้อมูลจากการทดสอบทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาอาการซึมเศร้าเฉียบพลันในผู้ใหญ่ ทั้งหมด 522 ครั้ง โดยพบว่าการรักษาด้วยยาจริงทั้งหมดมีประสิทธิภาพกว่ายาเม็ดหลอก อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ยังพบด้วยว่า พวกมันมีประสิทธิภาพมากกว่าในอัตราที่ต่างกันไป ตั้งแต่ราว 1 ใน 3 ไปจนถึง […]

Continue Reading

ยาที่คุณกินอาจทำให้รู้สึกซึมเศร้า?

ยาที่คุณกินอาจทำให้รู้สึกซึมเศร้า

ยาที่คุณกินอาจทำให้รู้สึกซึมเศร้า? เมื่อพูดถึงผลข้างเคียงจากการใช้ยา คุณอาจนึกถึงผื่นคัน หรือ อาการปวดศีรษะ แต่งานวิจัยล่าสุดในสหรัฐฯ พบว่า ยาที่แพทย์สั่งให้ใช้เป็นประจำหลายชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ใช้มีอาการซึมเศร้า ส่วนหนึ่งของยาเหล่านี้ คือ ยารักษาโรคหัวใจ, ยาคุมกำเนิด และยาแก้ปวด ซึ่งเป็นยาที่คนจำนวนมากในประเทศอื่น ๆ ได้รับการสั่งจ่ายจากแพทย์เช่นกัน มากกว่า 1 ใน 3 ของยาที่ผู้เข้าร่วมการศึกษา 26,000 คน มีอาการซึมเศร้าเป็นผลข้างเคียงจากยาที่ใช้ เขาศึกษาอะไรบ้าง? วารสารสมาคมการแพทย์อเมริกันตีพิมพ์ผลการวิจัยกลุ่มตัวอย่างในสหรัฐฯ ซึ่งมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และกำลังรับยาอย่างน้อย 1 ชนิดระหว่างปี 2005-2014 ซึ่งพบว่า 37% ของยาที่สั่งจ่ายโดยแพทย์ ซึ่งรวมถึงยาแก้ปวดบางชนิด และยาลดกรด มีผลข้างเคียงอันตรายอย่างหนึ่งคือ การมีอาการซึมเศร้า ผลการศึกษาจากลุ่มตัวอย่างพบว่า ยิ่งใช้ยามากชนิด ยิ่งมีโอกาสมีอาการซึมเศร้ามากขึ้น 1. 7% ในกลุ่มผู้ที่กินยาเหล่านี้ 1 ชนิด 2.9% สำหรับคนที่กิน 2 ชนิด 3.15% สำหรับคนที่กิน 3 […]

Continue Reading

สติกับการรักษาภาวะซึมเศร้า

‘สติกับการรักษาภาวะซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่พบได้บ่อย และมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งโรคซึมเศร้าอาจจะมีอาการไม่รุนแรง จึงทำให้ผู้อยู่ใกล้ชิดไม่ทันได้สังเกต แต่หากปล่อยไว้จนอาการซึมเศร้ารุนแรงมาก ก็อาจจะทำให้เกิดการสูญเสีย เช่น การฆ่าตัวตายได้ เราสามารถสังเกตผู้ที่มีอาการซึมเศร้าได้โดยดูจากอาการ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านอารมณ์ เช่น มีอารมณ์เศร้าเกือบตลอดทั้งวัน มีอารมณ์เบื่อหน่าย ท้อแท้ หรือหงุดหงิดง่าย เป็นต้น 2) ด้านความคิด ได้แก่ การมีความคิดในแง่ลบ มองโลกในแง่ร้าย มองตัวเองต่ำต้อย ชีวิตไม่มีความหวัง รวมถึงมีความคิดอยากตาย และ 3) ด้านพฤติกรรม ได้แก่ มีความผิดปกติของการกิน การนอน เช่น กินได้น้อยจนน้ำหนักลดลงมาก นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือตื่นเช้ามากกว่าปกติ มีอาการปวดศีรษะหรือปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว เป็นต้น การรักษาโรคซึมเศร้าแม้จะเน้นที่การใช้ยา แต่การรักษาที่เรียกว่าจิตบำบัดก็ยังได้ผลดีในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีระดับความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง และที่ผ่านมาก็พบว่า การทำจิตบำบัดที่เรียกว่า จิตบำบัดด้วยการปรับความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior therapy, CBT) นั้นได้ผลดีมาก […]

Continue Reading

นักวิจัยพบ ‘ยาบำบัดอาการอักเสบ’ ใช้รักษาอาการซึมเศร้าได้ผล

ยาบำบัดอาการอักเสบ

การวิเคราะห์ผลการศึกษาหลายชิ้นเกี่ยวกับยาที่ใช้บำบัดคนที่เป็นโรคภูมิต้านตนเองหรือออโต้อิมมูน รวมทั้งโรคผิวหนังผื่นแดง โรคปวดข้อรูมาตอยด์และโรคเยื่อบุระบบทางเดินอาหารอักเสบ พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีอาการซึมเศร้าร่วมด้วยมีอาการที่ดีขึ้นภายหลังการวิจัยจบลง โรคภูมิต้านตนเองเกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวมีปฏิกริยาตอบสนองเกินขอบเขต และเเทนที่ทำลายเชื้อเเบคทีเรียเเละเชื้อไวรัส ระบบภูมิต้านทานในร่างกายกลับไปทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายอีกด้วย ยาต้านอาการอักเสบชนิดต่างๆ ช่วยผ่อนคลายการทำงานชองระบบภูมิต้านทานร่างกายที่เกินขอบเขตลงได้ ด้วยการควบคุมโปรตีนไซโตไคน์ส (cytokines) ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีบทบาทสำคัญมากตัวหนึ่ง ต่อการทำงานของระบบภูมิต้านทานร่างกายในการต่อต้านเชื้อโรค อาการอักเสบในร่างกายเพียงเล็กน้อยช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิต้านทานร่างกายให้ต่อต้านเชื้อโรค แต่ Golam Khandaker ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์กล่าวว่า อาการอักเสบที่มากเกินไปถือว่าเป็นอันตราย ศาสตราจารย์ Khandaker กล่าวว่าอาการอักเสบในร่างกายที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ อาจทำให้เกิดอาการป่วยทั้งทางร่างกายและทางจิตเวช ยกตัวอย่างในสมอง อาการอักเสบนี้อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่สูงขึ้นต่อโรคซึมเศร้า และสำหรับร่างกายโดยทั่วไป อาการอักเสบจะทำให้เกิดความเสี่ยงสูงขึ้นต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ อาการเส้นเลือดในสมองอุดตันหรือเส้นเลือดในสมองเเตก กับโรคเบาหวานทั้งประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 บ่อยครั้งที่คนป่วยด้วยโรคภูมิต้านตนเองซึ่งรวมทั้งโรคเบาหวานประเภทที่ 1 มักจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าด้วย เชื่อกันว่าผู้ป่วยเหล่านี้เกิดอาการซึมเศร้าเพราะว่าป่วยด้วยโรคเรื้อรัง แต่ผลการศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าอาการอักเสบในร่างกายทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสมองทำให้เกิดความบกพร่องทางจิต นักวิจัยชี้ว่า ยาต้านอาการซึมเศร้าต่างจากยาต้านอาการอักเสบในร่างกาย ที่มีฤทธิ์ช่วยให้สารเคมีในสมองชนิดต่างๆ ที่เรียกว่าสารสื่อนำประสาท (neurotransmitters) ทำงานอย่างเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม มีคนที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าจำนวนมากที่ไม่ตอบสนองต่อยาบำบัดที่ใช้ ในผลการวิเคราะห์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Molecular Psychiatry ศาสตราจารย์ Khandaker และทีมงานได้วิเคราะห์ผลของการศึกษา 20 ชิ้น ที่เกี่ยวกับคนที่ได้รับการบำบัดด้วยยาต่อต้านอาการอักเสบหรือยาต้านโปรตีนไซโตไคน์ เพื่อรักษาอาการปวดข้อรูมาตอยด์ […]

Continue Reading

การรักษาด้วยยาต้านเศร้า

อาการของโรคไม่ได้หายทันทีที่กินยา โดยเฉพาะอาการซึมเศร้า โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ขึ้นไปอาการจึงจะดีขึ้นอย่างเห็นชัด แต่ยาก็ยังมีส่วนช่วยในระยะแรกๆ โดยทำให้ผู้ป่วยหลับได้ดีขึ้น เจริญอาหารขึ้น เริ่มรู้สึกมีเรี่ยวแรงจะทำอะไรมากขึ้น ความรู้สึกกลัดกลุ้มหรือกระสับกระส่ายจะเริ่มลดลงยาทุกชนิดสามารถทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้ทั้งสิ้น แม้ว่าโอกาสที่เกิดอาการข้างเคียงจะมากน้อย และมีความรุนแรงต่างกันไป การใช้ยาจึงควรใช้ในขนาดและกินตามเวลาที่แพทย์สั่งเท่านั้น หากมีความจำเป็นที่ทำให้กินยาตามสั่งไม่ได้ และควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งหากเกิดอาการใดๆ ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นอาการข้างเคียงหรือไม่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไม่กล้ากินยามากตามที่แพทย์สั่ง แพทย์สั่งกิน 4 เม็ดก็กินแค่ 2 เม็ด หรือกินบ้างหยุดกินบ้าง เพราะกลัวว่าจะติดยา หรือกลัวว่ายาจะไปสะสมอยู่ในร่างกาย แต่ตามจริงแล้วยาต้านเศร้าไม่มีการติดยา ถ้าขาดยาแล้วมีอาการไม่สบาย นั่นเป็นเพราะว่ายังไม่หายจากอาการของโรค การกินๆ หยุดๆ หรือกินไม่ครบขนาดกลับจะยิ่งทำให้การรักษาไม่ได้ผลดี และรักษายากมากขึ้นยาแก้เศร้ามีอยู่เป็นสิบขนาน จากการศึกษาไม่พบว่าตัวไหนดีกว่าตัวไหนอย่างชัดเจน เรียกว่าผู้ป่วยคนไหนจะถูกกับยาตัวไหนเป็นเรื่องเฉพาะตัว หรือ ลางเนื้อชอบลางยา ซึ่งโดยรวมแล้วก็มักจะรักษาได้ผลทุกตัว การใช้ยาขึ้นอยู่กับว่าแพทย์มีความชำนาญ คุ้นเคยกับการใช้ยาขนานไหน และผู้ป่วยมีโรคทางกายหรือกำลังกินยาอื่นๆ ที่ทำให้ใช้ยาบางตัวไม่ได้หรือไม่ ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยจะตอบสนองต่อยาแก้เศร้าตัวแรกที่ให้ หากอาการยังไม่ดีในระยะแรก ๆ อาจเป็นเพราะยังปรับยาไม่ได้ขนาด หรือยังไม่ได้ระยะเวลาที่ยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่เสียมากกว่า ถ้าแพทย์รักษาไประยะหนึ่งแล้ว และเห็นว่าให้ยาในขนาดที่พอเพียงแล้วผู้ป่วยยังอาการดีขึ้นไม่มาก ก็อาจเปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่นต่อไป

Continue Reading