โรคซึมเศร้า
ตำรวจคิดฆ่าตัวตาย
โรคซึมเศร้า
เคย์ลีย์ ออลส์ซัน

Anafranil

อาการตามชนิดของโรคซึมเศร้า

อาการของโรคซึมเศร้าชนิด Major Depression 1.มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ซึมเศร้าหรือวิตกกังวลบ่อยๆ มีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียว โกรธง่าย อยู่ไม่สุข และมักกระวนกระวายอยู่ตลอดเวลา 2.มีการเปลี่ยนแปลงทางความคิด รู้สึกสิ้นหวังในการใช้ชีวิต มักมองโลกในแง่ร้าย รู้สึกผิดหวังบ่อยๆ คิดว่าตัวเองไม่มีค่า มีความคิดทำร้ายตัวเอง คิดถึงแต่ความตาย และพยายามทำร้ายตัวเองอยู่บ่อยครั้ง 3.มีการเปลี่ยนแปลงด้านการเรียนรู้และการทำงาน ไม่สนใจสังคมหรือสภาพสิ่งแวดล้อม หมดความสนใจในเรื่องที่ทำให้เกิดความสนุกสนาน ไม่สนใจงานอดิเรก เพิกเฉยต่อกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ การตัดสินใจแย่ลง และมีอาการหลงๆ ลืมๆ 4.มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม มีอาการนอนไม่หลับ ตื่นนอนเร็ว บางรายหลับนานเกินไป รู้สึกเบื่ออาหารจึงส่งผลให้น้ำหนักลดลง แต่บางคนก็รับประทานอาหารมากเกินไปจนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เมื่อเจ็บป่วยมักรักษาด้วยยาธรรมดาไม่หาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง แน่นท้อง และปวดเรื้อรัง นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์กับบุคคลรอบตัวแย่ลงด้วย อาการของโรคซึมเศร้าชนิด Dysthymia ผู้ป่วยจะมีอาการซึมเศร้าต่อเนื่องเรื้อรังเป็นเวลาติดต่อกันยาวนาน อาจถึงขั้นส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานและการใช้ชีวิต รู้สึกไม่ชอบตนเอง ไม่มีความสุขตลอดเวลา มองโลกในแง่ร้าย แต่ผู้ป่วยยังคงใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ แต่มักไม่ค่อยพอใจเมื่อมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ทำให้ดูเป็นคนไม่มีชีวิตชีวา ซึ่งโรคซึมเศร้าแบบ Dysthymia นี้มีสิทธิ์เปลี่ยนเป็นโรคซึมเศร้าแบบรุนแรง (Major depression) ได้ อาการของโรคซึมเศร้าชนิด Bipolar หรือ Manic-depressive illness […]

อาการของโรคซึมเศร้าตามเพศและอายุ

อาการของโรคซึมเศร้าในผู้ชาย แม้ว่าผู้ชายและผู้หญิงนั้นต่างมีอาการของโรคซึมเศร้าได้เหมือนกัน แต่ก็มีอาการบางอย่างที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน จากรายงานในนิตยสารจิตเวช JAMA ปี 2013 กล่าวว่าอาการดังต่อไปนี้มักพบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงที่เป็นโรคซึมเศร้า 1.โกรธ 2.ก้าวร้าว 3.เสพยาหรือใช้แอลกอฮอล์ 4.พฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ขับรถโดยประมาท มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน มีพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ เป็นต้น   อาการของโรคซึมเศร้าในผู้หญิง สถาบันสุขภาพแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า อาการที่มักพบในหญิงที่เป็นโรคซึมเศร้ามีดังต่อไปนี้ 1.เครียด 2.แยกตัวสันโดษ 3.หงุดหงิด กระสับกระส่าย 4.ร้องไห้อย่างหนัก 5.มีปัญหาด้านการนอนหลับ 6.หมดความสนใจในเรื่องที่เคยชื่นชอบ   อาการของโรคซึมเศร้าในวัยรุ่น 1.วัยรุ่นก็สามารถมีอาการของโรคซึมเศร้าได้เหมือนผู้ใหญ่ แต่ว่าอารมณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาวะปกติของการเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น อาการที่อาจบอกถึงโรคซึมเศร้าในวัยรุ่น ได้แก่ 2.หมกมุ่นเรื่องความตาย เช่น เขียนกลอนหรือภาพวาดที่บ่งบอกถึงความตาย 3.มีพฤติกรรมอาชญกรรม เช่น ขโมยของในร้านขายของ หรือขโมยเครื่องเขียนของเพื่อน 4.แยกตัวออกจากครอบครัวและเพื่อน 5.อ่อนไหวต่อคำวิพากย์วิจารณ์ 6.ผลการเรียนแย่ลงหรือขาดเรียนบ่อยๆ 7.มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และการขับรถโดยประมาท 8.มีพฤติกรรมดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด 9.มีพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผลหรือแปลกประหลาดไปจากเดิม 10นิสัยหรือการแต่งตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 11.ทิ้งข้าวของของตัวเอง

อาการของโรคซึมเศร้า

อาการทั่วไปของโรคซึมเศร้า หากคุณกำลังกังวลว่าตัวเองหรือคนรอบข้างกำลังเผชิญหน้ากับโรคซึมเศร้าอยู่ เบื้องต้นสามารถสังเกตได้จากอาการเศร้า เสียใจ และท้อแท้จนไม่อยากทำอะไร บางครั้งก็เป็นไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ถึงแม้มีเรื่องน่ายินดีก็กลับไม่รู้สึกมีความสุขเลย และนอกจากนี้ ผู้ที่เข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้ามักแสดงอาการเหล่านี้ออกมาพร้อมๆกันภายในระยะเวลา 2 อาทิตย์ หากปล่อยไว้นานจะทำให้กลายเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังซึ่งมีอาการรุนแรงกว่านี้มาก ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรับการบำบัดสภาพร่างกายและจิตใจอย่างถูกต้องก่อนที่จะก่อให้เกิดความสูญเสีย 1.รู้สึกหมดหวัง ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปหรือจะทำไปเพื่ออะไร 2.ไม่มีความสุขกับสิ่งของหรือกิจกรรมที่ชอบ เช่น รู้สึกเบื่อหน่ายอาหารโปรดหรือการร่วมเพศ 3.น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นเร็วมากอันเนื่องมาจากการรับประทานอาการที่ไม่เหมือนเดิม 4.นอนไม่หลับมาเป็นระยะเวลานาน แต่ในผู้ป่วยบางรายก็นอนนานผิดปกติ 5.มีอาการเครียด หงุดหงิดง่ายขึ้น ไม่รู้สึกผ่อนคลาย 6.ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้เลย บางครั้งก็แสดงอาการหลงๆลืมๆ และใช้เวลานานในการตัดสินใจ 7.มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ช้าลง รวมถึงการพูด เพราะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรง 8.รู้สึกอยากฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย บางครั้งผู้ที่มีอาการนี้ก็ไม่รู้ตัวเอง ทั้งนี้ทั้งนั้น บางที่ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าก็อาจจะแสดงออกด้วยวิธีที่แปลกออกไป จนในบางครั้งอาจไม่ได้ทำให้ผู้พบเห็นหรือเจ้าตัวคิดว่าตนเองนั้นเป็น “โรคซึมเศร้า” เรามาลองดูสัญญาณแปลก ๆ เหล่านั้นกันดีกว่า 1.การช้อปปิ้งอย่างบ้าคลั่ง คุณเคยสังเกตตัวเองไหมว่า คุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้จ่ายโดยที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ สำหรับใครที่เป็นโรคซึมเศร้า นั่นเป็นเรื่องปกติที่เขาจะซื้อของอย่างเสียสติ ไม่ว่าจะในห้างสรรพสินค้าหรือผ่านโลกออนไลน์ เพื่อหวังจะเบี่ยงเบนความสนใจจากความเครียดหรือปลุกความมั่นใจของตนเอง แต่การรักษาความเครียดด้วยวิธีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงชั่วเวลาสั้น ๆ เท่านั้น คุณจะมิได้ใช้จ่ายอย่างเสียสติเป็นเวลายาวนานติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมดังกล่าวนี้ ในบางรายอาจเป็นโรคอารมณ์สองขั้วหรือไบโพล่าก็เป็นได้ 2.การดื่มอย่างหนัก หากคุณรู้สึกว่าคุณต้องการดื่มเพื่อจัดการกับความวิตกกังวลหรืออาการซึมเศร้าต่าง […]

ชนิดของโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าแบ่งออกเป็น 3 ชนิดด้วยกัน ซึ่งแต่ละชนิดมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปดังนี้ 1. Major Depression (โรคซึมเศร้าแบบรุนแรง) โรคซึมเศร้าชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อภาวะซึมเศร้ารบกวนความสุขในชีวิต การทำงาน การเรียน การนอนหลับ นิสัยการกิน และอารมณ์สุนทรีย์  ติดต่อกันอย่างน้อยสองสัปดาห์ บางคนอาจพบแค่เพียงหนึ่งอาการแสดงของภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาการของโรคซึมเศร้าชนิดนี้จะเกิดเป็นครั้งๆ แล้วหายไป แต่ทั้งนี้ก็สามารถเกิดได้บ่อยครั้ง 2. Dysthymia หรือ Persistent Depressive Disorder (โรคซึมเศร้าเรื้อรัง) เป็นโรคซึมเศร้าแบบเรื้อรังที่มีอาการแสดงของอารมณ์ไม่รุนแรงนัก แต่จะเป็นไปอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยสองปี ในบางช่วงเวลาของภาวะซึมเศร้าประเภทนี้อาจมีภาวะ major depression ร่วมด้วย ซึ่งจะรบกวนการดำรงชีวิตประจำวัน ทั้งนี้มันสามารถทำให้ผู้ป่วยเกิดการสูญเสียความสามารถในการทำงานและความรู้สึกที่ดีได้ 3. Bipolar หรือ Manic-depressive Illness (โรคซึมเศร้าอารมณ์ตก) ผู้มีภาวะซึมเศร้าบางคนอาจมีความผิดปกติแบบอารมณ์สองขั้วร่วมด้วย (bipolar disorder) เป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่ผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ ซึ่งเป็นลักษณะที่มีอารมณ์แปรปรวนรุนแรงสลับไปมาระหว่างความคิดฟุ้งซ่านขาดสติ (Mania) และภาวะซึมเศร้า (Depression) สำหรับบางคนอาจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยส่วนมากจะค่อยเป็นค่อยไป เมื่อซึมเศร้าก็จะมีอาการมากบ้างน้อยบ้าง แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นช่วงอารมณ์สนุกคึกคักเกินเหตุ จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการพูดมากกว่าที่เคยเป็น มีความกระฉับกระเฉงมากเกินกว่าเหตุ มีพลังงานในร่างกายที่เหลือเฟือ ในช่วงอารมณ์สนุกคึกคักเกินเหตุนั้น จะมีผลกระทบต่อความคิดและการตัดสินใจของผู้ป่วย รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ป่วยอาจจะหลงผิด หากผู้ป่วยในภาวะนี้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ผู้ป่วยกลายเป็นโรคจิต ประเภทของภาวะซึมเศร้าอื่นๆ ที่ได้การยอมรับทางการแพทย์ […]

สาเหตุของโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีที่อยู่ในสมองที่มีชื่อว่า เซโรโทนิน (serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) เมื่อสารเคมีดังกล่าวมีปริมาณน้อยลงจากเดิมก็ทำให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและทางความคิด ซึ่งโดยรวมจะสังเกตเห็นได้ว่าผู้ป่วยจะมีความรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย เหงา ไม่มีชีวิตชีวา ไม่สนุกสนานกับชีวิตประจำวัน ระสับกระส่าย อยากอยู่คนเดียว นอนไม่หลับ มักสะดุ้งตื่นในกลางดึก ฝันร้ายบ่อย เหล่านี้ยังเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานที่ลดลง สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการซึมเศร้านั้นมาจากหลากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของกรรมพันธุ์ ด้านพัฒนาการของจิตใจ รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องเผชิญ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยประสบกับความเครียดที่แสนหนัก เจอมรสุมชีวิตที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เกิดอาการเจ็บป่วยเรื้อรังจนทำให้หมดกำลังใจ ตกงาน มีปัญหาเรื่องการเงินที่หาทางออกไม่ได้ มีปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด รวมทั้งพบเจอกับความสูญเสียในชีวิตที่ทำให้เสียใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียพ่อแม่ในขณะที่ยังอยู่ในช่วงของวัยเด็ก สูญเสียคนรัก สูญเสียครอบครัว และยังรวมถึงปัจจัยทางชีวภาพ เช่น เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับสารเคมีในสมองบางชนิด ก็สามารถส่งผลทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้เช่นเดียวกัน รวมถึงการใช้สารเสพติดที่อาจทำให้สารเคมีในสมองผิดปกติ โดยสรุปแล้วปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอาการซึมเศร้าได้เช่น 1.ภาวะเจ็บป่วยที่สามารถทำให้เกิดการเสียชีวิต (เช่น โรคมะเร็งหรืออาการปวดเรื้อรัง) 2.ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม 3.ชีวิตที่เครียด (เช่นปัญหาการหย่าร้างหรือขัดสนเงินทอง) 4.พันธุกรรม (มีความผิดปกติของอารมณ์และการฆ่าตัวตายของคนในครอบครัว) 5.ภาวะบาดเจ็บหรือการถูกล่วงละเมิดในวัยเด็กซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระยะยาวจากการสั่งการของสมองเพื่อจัดการกับความกลัวและความเครียด 6.โครงสร้างสมองและการใช้สารเสพติด 7.การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเช่นฮอร์โมนจากภาวะตั้งครรภ์หรือภาวะต่อมไทรอยด์ผิดปกติ 8.ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีภาวะซึมเศร้า(Depression) มากกว่าผู้ชายถึง 70 เปอร์เซ็นต์ 9.คนที่มีอายุระหว่าง […]

ทำความรู้จักโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและความคิด โดยอาการต่างๆ เหล่านี้จะคอยสร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในประจำวันอย่างมาก เช่น รับประทานอาหารได้น้อยลง เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ มีความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุขกับชีวิต ในหัวสมองมักมีแต่ความวิตกกังวล ที่สำคัญผู้ป่วยไม่มีความสามารถในการประสานความคิดและความรู้สึกของตัวเองเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาได้อย่างดีพอ โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่พบได้บ่อยมากที่สุด จากข้อมูล World Health Organization พบว่ามีประชากรทั่วโลกประสบกับโรคซึมเศร้าประมาณ 350 ล้านคน วัฒนธรรมที่แตกต่างกันมีผลต่ออัตราของภาวะซึมเศร้าที่แตกต่างกัน ความชุกของภาวะซึมเศร้าของทุกเพศทุกวัยในญี่ปุ่น จะอยู่ในระดับต่ำ (2.2 เปอร์เซ็นต์) และสูงถีง 10.4 เปอร์เซ็นต์ในบราซิล ตามรายงานประจำปี 2553 ของวารสารประจำปีด้านสาธารณสุข (the journal Annual Review of Public Health) ในไทยเอง โรคซึมเศร้านั้นถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาด้านสุขภาพของคนไทยที่มีความสำคัญและน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยสังเกตได้จากสังคมในปัจจุบันนี้ที่มักมีข่าวเกี่ยวกับปัญหาการฆ่าตัวตาย รวมทั้งปัญหาการทำร้ายร่างกายของตัวเองและคนรอบข้าง ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็นับเป็นเรื่องที่น่าสลดใจไม่น้อยทีเดียว เพราะฉะนั้น ต้นตอสาเหตุจากการที่ผู้ป่วยประสบปัญหาชีวิต ปัญหาครอบครัว การงาน การเงินหรือพบเจอความล้มเหลวสูญเสียในชีวิตอย่างรุนแรง ทุกปัญหานั้นล้วนเป็นสาเหตุนำมาสู่การเกิดโรคซึมเศร้าได้หมดทั้งสิ้น ตามรายงานจิตวิทยาคลินิก ปี 2007 1.50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ฟื้นตัวจากภาวะซึมเศร้า(Depression)ครั้งแรก มักมีภาวะซึมเศร้าซ้ำอีกหนึ่งครั้งหรือมากกว่า 2.80 เปอร์เซ็นต์ มีภาวะซึมเศร้าเกิดขึ้นถึงสองครั้ง

สุนัขบำบัด ขจัดโรคซึมเศร้าได้จริง ?

โรคซึมเศร้า

จากผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่อาการบรรเทาจากความใกล้ชิดเพื่อนสี่ขา เธอหันมาเปิดร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้น้องหมาหลากพันธุ์มาเป็นจุดขาย พร้อมผลพลอยได้คือ ช่วยบำบัดโรคซึมเศร้าสำหรับลูกค้าบางราย “สุนัขเป็นคนในครอบครัว เป็นทุกอย่างที่ทำให้เรามีความสุข” ชลธิชา ลาภผาติกุล เจ้าของ บิ๊ก ด็อก คาเฟ่ (Big Dog Cafe) เล่าถึงที่มาของการอยากแบ่งปันความอัศจรรย์ของเพื่อนตูบสี่ขา ที่ช่วยให้เธอผ่านช่วงวิกฤตสุดในชีวิตมาได้ “ยุ้ยเคยอกหัก เครียด ปัญหารุมเร้า กินยาหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล หากไม่ทานยารักษา จะมีอาการประสาทหลอน เรียกว่าขาดยาไม่ได้เลย” ชลธิชา เปิดใจถึงช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต จนจิตแพทย์แนะนำให้หาอะไรที่ชอบทำ ซึ่งนำมาสู่การเลี้ยงสุนัขที่ช่วยให้ชีวิตของเธอดีขึ้น จากสุนัขไม่ใหญ่ มาเป็นหมาใหญ่ขนาดยักษ์และหายาก แล้วยังเพิ่มจำนวนจำนวน จนวันนี้ เธอมีสุนัขมากถึง 40 ตัว เปิดเป็นคาเฟ่หมาใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ไม่ไกลจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ

จิตแพทย์ชี้ หากตำรวจคิดฆ่าตัวตาย มักประสบความสำเร็จสูงกว่าคนในอาชีพอื่น

ตำรวจคิดฆ่าตัวตาย

จดหมายสั่งลา “หมดเวลาบนโลกนี้แล้ว” กับปืนพกประจำกายที่ใช้เป็นเครื่องมือปลิดชีพหล่นทิ้งไว้ข้างกาย ภายในบ้านที่เลือกใช้เป็นสถานที่จบชีวิต…นี่เป็นเพียงคำบรรยายเหตุการณ์ตำรวจฆ่าตัวตายเหตุการณ์หนึ่งที่ตกเป็นข่าวสะเทือนใจคนทั้งประเทศเมื่อปีที่แล้ว โดยเหตุการณ์ทำนองนี้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ชักปืนจ่อหัว กระโดดตึก แขวนคอดับ รมควันในรถยนต์ เป็นถ้อยคำพาดหัวข่าวเหตุการณ์ตัดสินใจลาโลกของตำรวจบางนาย จนอาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่าตำรวจไทยเป็นอาชีพเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย จริงหรือ ต้นข้าว (นามสมมติ) นางพยาบาลที่มียศตำรวจสัญญาบัตรของ รพ. ตำรวจ เล่าว่า ตำรวจแต่ละคนเมื่อเข้ามายังโรงพยาบาลก็นำเอาความเครียด วิตกกังวล มาระบายให้ฟังบ่อยครั้งจนเธอเชื่อมั่นว่า อาชีพตำรวจน่าจะมีความเครียดค่อนข้างสูง “ไหนจะความรับผิดชอบ ไหนจะครอบครัว เข้างานเข้าเวรก็ไม่เหมือนบริษัททั่วไป คนร้ายคนหนึ่งต้องดูแลถึงขึ้นศาล เป็นหน้าที่ต่อเนื่อง แต่พอป่วย ไม่ว่าทางกายหรือทางจิต เขาก็บอกว่า ต้องเข้าเวรนะ ติดภารกิจ พี่ครับมาไม่ได้จริง ๆ” ดังนั้น เมื่อถามความเห็นถึงข่าวตำรวจเครียดจนฆ่าตัวตาย เธอจึงไม่รู้สึกแปลกใจ และยอมรับว่าตัวเองเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และคิดจบชีวิตเหมือนกัน “มันเหมือนระเบิดเวลาที่ตั้งเอาไว้ นานวันขึ้น ความรับผิดชอบเยอะขึ้น สิ่งแวดล้อม หน้าที่การงาน เรื่องส่วนตัวด้วย ทำให้ตัวเองไม่อยากอยู่ในโลกนี้” ต้นข้าว ตอบเสียงเศร้า

ทางเลือกใหม่รักษาโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า

นักบำบัดไทยพัฒนาโปรแกรม “สติบำบัด” นำแก่นของพุทธศาสนามาประยุกต์กับหลักจิตวิทยา พร้อมส่งออกความรู้ทั่วโลก ด้านกรมสุขภาพจิตเล็งเป้าผลิตนักบำบัดจิตทุกโรงพยาบาลที่มีการให้บริการสุขภาพจิต เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว หลังจากมีอาการซึมเศร้า แป้ง (สงวนชื่อ-สกุลจริง) ได้ไปพบจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งได้แนะนำให้เธอพบกับ “นักสติบำบัด” “เขาจะเหมือนนั่งสมาธิก่อน แล้วตามลมหายใจตัวเอง ไม่ต้องท่องอะไร แค่รู้สึกถึงลมหายใจที่หายใจเข้าและออก” แป้งกล่าว ซึ่งเธอยอมรับว่าเมื่อกลับมาฝึกที่บ้านในช่วงแรก รู้สึกว่านานและต้องฝืน เนื่องจากไม่เคยนั่งสมาธิมาก่อน แต่พอนั่งไปประมาณสามถึงสี่วันก็รู้สึกดีขึ้น แป้งได้ไปพบนักสติบำบัดทั้งหมด 8 ครั้ง โดยได้ฝึกการนั่งสมาธิและการสังเกตความเปลี่ยนแปลงในรางกาย ตั้งแต่หัวจรดเท้า รวมถึงการเฝ้าดูความคิดของตนเอง แล้วติดป้ายความคิดเหล่านั้น เช่น เบื่อ กังวล คิดมาก ฟุ้งซ่าน “เหมือนตั้งชื่อว่าเป็นความคิดนั้นคืออะไร แล้วพอจับความคิดนั้นได้ ความคิดนั้นมันจะค่อยๆ หายไป” เธอกล่าว “แป้งรู้สึกว่ามันเวิร์คมาก เพราะทำให้แป้งมีสมาธิและรู้ว่าตัวเองสามารถที่จะหยุดความคิดพวกนั้นที่มันเยอะแยะไปหมด ทำให้รู้ตัวมีสติมากขึ้น ใจเย็นมากขึ้น” เธอกล่าว พัฒนาการของไทย น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการที่มีกลุ่มผู้ที่เผยแพร่การวิปัสสนาในรูปแบบที่ไม่ใช่ศาสนาจากโลกตะวันออกไปยังตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนตะวันตกเริ่มสนใจเรื่องของวิปัสสนา โดยเริ่มมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จนนำไปสู่การพัฒนาเป็นโปรแกรมสำหรับใช้ในวงการแพทย์ ชื่อ […]

ช่างเสริมสวยอเมริกันช่วยฟื้นฟูจิตใจลูกค้าซึมเศร้า

เคย์ลีย์ ออลส์ซัน

นางสาวเคย์ลีย์ ออลส์ซัน นักเรียนหลักสูตรช่างแต่งผมและการบำบัดความงามชาวอเมริกันวัย 20 ปี ได้เผยแพร่เรื่องราวความประทับใจที่พบระหว่างการทำงานในร้านเสริมสวยลงในหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 ก.ค.) ว่า “วันนี้ฉันได้พบประสบการณ์ที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยเจอมา เด็กสาวอายุ 16 ปีที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงเข้ามาในร้าน เธอบอกว่าป่วยมาสองสามปีแล้ว รู้สึกเศร้าและไร้ค่าจนเอาแต่นอนซม จะลุกขึ้นก็ต่อเมื่อไปเข้าห้องน้ำเท่านั้น เธอไม่อยากแม้แต่จะหยิบหวีขึ้นมาหวีผม” นางสาวออลส์ซันพบว่า ผมของเด็กสาวคนนี้ยาวถึงเอว แต่พันกันยุ่งเป็นสังกะตังแข็งจนดูเหมือนว่าจะไม่สามารถทำให้คลายออกได้ ลูกค้าที่เจ็บป่วยทางจิตใจผู้นี้ขอให้ช่างทำผมโกนหัวของเธอให้เกลี้ยง เพราะมีนัดจะต้องถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนที่โรงเรียนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธออับอายต่อสภาพที่เป็นอยู่ แต่ก็กลัวว่าจะทนเจ็บและอายเพื่อให้ช่างสางผมไม่ไหว นางสาวออลซันส์ และนางมารายห์ เวนเจอร์ ช่างทำผมอีกคนที่เป็นเพื่อนร่วมงานเห็นตรงกันว่า การโกนหัวลูกค้ารายนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีต่อสภาพจิตใจของเธออย่างแน่นอน ทั้งสองพยายามหว่านล้อมจนเด็กสาวยินยอมให้พวกเธอสางผมและทำผมทรงใหม่ให้ในที่สุด ทั้งสองใช้เวลาทั้งหมด 10 ชั่วโมงช่วยกันสางผมของเด็กสาว โดยเธอต้องมาที่ร้าน 2 วันติดต่อกัน ในระหว่างนั้นช่างทำผมทั้งสองต้องพยายามพูดปลอบประโลม ให้ความมั่นใจและให้กำลังใจ รวมทั้งชวนคุยเรื่องสนุกสนานเพื่อให้เธอลืมความเจ็บปวดจากการสางผมอยู่ตลอดเวลา เมื่อสามารถคลายผมที่เป็นปมยุ่งเหยิงลงมาได้ถึงระดับไหล่ ช่างได้ตัดผมเสียส่วนที่เหลือออก และตกแต่งทรงผมใหม่ที่ยาวประบ่าให้เป็นลอนสวยงาม นางเวนเจอร์ซึ่งมีลูกแล้ว 2 คนบอกว่า เธอเห็นใจลูกค้ารายนี้มากเพราะตัวเธอเองก็เคยมีอาการซึมเศร้าหลังคลอด “ฉันเข้าใจดีว่าความรู้สึกที่มองตัวเองไร้ค่านั้นเป็นอย่างไร ไม่มีเด็กคนไหนควรจะต้องรู้สึกแบบนั้น” นางสาวออลซันส์กล่าวเสริมว่า “ฉันคิดจะช่วยเธอ เหมือนกับที่คนอื่นได้ช่วยฉันมาแล้ว เราทุกคนควรได้รับรู้ว่าตนเองสวยงาม” ทั้งสองบอกว่าถึงกับน้ำตาซึมด้วยความยินดี เมื่อได้ทำทรงผมใหม่ให้กับเด็กสาวจนสำเร็จ […]

Support by: Gclub Royal